สวนผลไม้เขตร้อน
ผู้ผลิตน้ำผลไม้และน้ำผักคุณภาพส่งออก · ตั้งแต่ปี 2531

รสธรรมชาติจากสวนไทย
สู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับสากล

FCF THAILAND ผลิตน้ำผลไม้และน้ำผักบรรจุกระป๋องและกล่องสูญญากาศ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน พร้อมบริการรับผลิต OEM ให้กับแบรนด์ของคุณ

37+
ปีประสบการณ์
50+
SKU สินค้า
20+
ประเทศส่งออก
100M+
ขวด/ปี
เกี่ยวกับ FCF THAILAND

โรงงานน้ำผลไม้ที่ราชบุรี
หัวใจของสวนผลไม้เขตร้อน

บริษัท FCF THAILAND ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2531 ณ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางการเกษตรของประเทศไทย เต็มไปด้วยสวนผลไม้เขตร้อนที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งแต่ส้มโอ มะพร้าวน้ำหอม ฝรั่ง มะม่วง สับปะรด กล้วยหอม ไปจนถึงผักสวนครัวและสมุนไพรที่ปลูกด้วยน้ำจากลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ทำให้เราสามารถคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่จากเกษตรกรในพื้นที่ได้ทุกวัน โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง

เราเชื่อว่า “น้ำผลไม้ที่ดี” เริ่มต้นจากผลไม้ที่ดี และผลไม้ที่ดีย่อมเกิดจากดินที่อุดมสมบูรณ์ น้ำที่สะอาด และเกษตรกรที่มีความรู้ ตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา เราไม่ได้เพียงแค่ผลิตเครื่องดื่ม แต่เราสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับเกษตรกรกว่า 1,200 ครัวเรือน ให้ความรู้เรื่องการปลูกแบบ GAP ควบคุมสารเคมี และรับซื้อผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนไปพร้อมกับคุณภาพของสินค้า

อ่านเรื่องราวของเรา →
สวนผลไม้ โรงงาน เกษตรกร ห้องปฏิบัติการ
สินค้าของเรา

น้ำผลไม้และน้ำผัก 100% จากธรรมชาติ

คัดสรรผลไม้สุกงอมพอดี คั้นสดในวันเดียวกับวันเก็บเกี่ยว ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์แบบ UHT และบรรจุในภาชนะที่ปลอดเชื้อ ทั้งกระป๋องอลูมิเนียม ขวดแก้ว ขวด PET และกล่อง UHT สูญญากาศ

น้ำส้มคั้นสด 100%

น้ำส้มคั้นสด 100%

จากส้มสายน้ำผึ้งภาคเหนือ ไม่แต่งสี ไม่แต่งกลิ่น หวานหอมธรรมชาติ

น้ำมะม่วงน้ำดอกไม้

น้ำมะม่วงน้ำดอกไม้

ผลไม้ส่งออกอันดับหนึ่งของไทย เนื้อเนียนละมุน หวานเข้มถึงใจ

น้ำสับปะรดภูแล

น้ำสับปะรดภูแล

สับปะรดพันธุ์พรีเมียม รสชาติหวานอมเปรี้ยว อุดมด้วยเอนไซม์

น้ำมะพร้าวน้ำหอม

น้ำมะพร้าวน้ำหอม

จากสวนดำเนินสะดวกโดยตรง เย็นสดชื่น รสหอมเป็นเอกลักษณ์

ทำไมต้องเลือกเรา

มาตรฐานระดับสากล ในราคาที่จับต้องได้

เรารวมความได้เปรียบของโรงงานขนาดใหญ่ ผสมกับความยืดหยุ่นของโรงงานท้องถิ่น เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกขนาด ตั้งแต่ Startup ที่เริ่มต้น 3,000 ขวด ไปจนถึงห้างค้าปลีกที่สั่งซื้อระดับหลายล้านขวดต่อปี

🌱

วัตถุดิบตรงจากสวน

สั่งซื้อจากเครือข่ายเกษตรกร GAP มากกว่า 1,200 ครัวเรือน คัดคุณภาพทุกล็อต ตัดคนกลางออกจากห่วงโซ่อุปทาน

🏭

โรงงานมาตรฐาน GMP/HACCP

ผ่านการรับรอง GMP, HACCP, ISO 22000, FSSC 22000, Halal และ Kosher พร้อมให้บริการส่งออกกว่า 20 ประเทศทั่วโลก

🔬

ห้องแล็บในโรงงาน

ตรวจสอบทางเคมี จุลชีววิทยา และคุณภาพประสาทสัมผัสในทุกๆ 30 นาที ระหว่างการผลิต ตลอด 24 ชั่วโมง

📦

บรรจุภัณฑ์ครบวงจร

กระป๋องอลูมิเนียม 180/250/330 มล. ขวดแก้ว ขวด PET กล่อง UHT ทุกขนาด พร้อมออกแบบฉลากและกล่องโดยทีมกราฟิกภายใน

🚚

จัดส่งทั่วประเทศและต่างประเทศ

มีคลังสินค้าห้องเย็นและห้องอุณหภูมิห้อง รองรับการส่งออกทาง FCL, LCL รวมถึงการกระจายสินค้าถึงโมเดิร์นเทรดทั่วไทย

💚

ยั่งยืนตลอดห่วงโซ่

ลดการใช้พลาสติกลง 42% ตั้งแต่ปี 2020 พลังงานโซลาร์ที่โรงงาน 3.6MWp และโครงการปลูกป่าคืนถิ่นในลุ่มน้ำแม่กลอง

เรื่องราวของเรา

จากไร่เล็กๆ ริมคลองดำเนินสะดวก สู่ผู้ผลิตน้ำผลไม้ที่ส่งออกกว่า 20 ประเทศ

เรื่องราวของ FCF THAILAND เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2531 ที่กระท่อมไม้ริมคลองดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ครอบครัวผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นชาวสวนรุ่นที่สามในพื้นที่ ต้องเผชิญกับปัญหาที่เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ประสบ นั่นคือผลผลิตล้นตลาดในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ทำให้ราคาผลไม้ตกต่ำและถูกกดราคาโดยพ่อค้าคนกลาง จากปัญหานี้เอง จึงเกิดแนวคิดที่จะแปรรูปผลไม้สดให้เป็นเครื่องดื่มที่เก็บได้นาน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต และช่วยแก้ปัญหาผลไม้ล้นตลาดของเพื่อนบ้านชาวสวนไปพร้อมกัน

ในช่วงแรก โรงงานของเรามีขนาดเพียง 200 ตารางเมตร ใช้เครื่องคั้นน้ำผลไม้ระบบสกรูเพียง 2 เครื่อง กำลังการผลิตน้อยกว่า 2,000 ขวดต่อวัน กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่คือร้านค้าท้องถิ่นและตลาดสด แต่ด้วยความมุ่งมั่นในคุณภาพ เราปฏิเสธที่จะใช้สารกันบูดหรือแต่งสีสังเคราะห์แม้จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น เพราะเราเชื่อว่าน้ำผลไม้ที่ดีต้องพูดแทนตัวเองได้ ด้วยรสชาติที่ใกล้เคียงผลไม้สดที่สุด ในระยะเวลาเพียง 5 ปี ชื่อของเราก็เริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มโรงแรมและภัตตาคารในกรุงเทพฯ และภูเก็ต ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดด

ในปี พ.ศ. 2540 ท่ามกลางวิกฤตต้มยำกุ้งที่หลายบริษัทต้องปิดตัวลง FCF THAILAND กลับตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่บนพื้นที่ 25 ไร่ พร้อมนำเข้าเครื่องจักรพาสเจอร์ไรซ์แบบ HTST จากประเทศอิตาลี และสร้างห้องบรรจุปลอดเชื้อระดับ Class 100 เป็นแห่งแรกๆ ของประเทศไทยที่ผลิตน้ำผลไม้ระดับ Aseptic ได้ การลงทุนครั้งนี้ทำให้เราสามารถผลิตน้ำผลไม้ที่เก็บได้นานถึง 12 เดือนโดยไม่ต้องแช่เย็น ไม่ต้องใส่สารกันบูด และยังคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้ครบถ้วน เปิดประตูสู่ตลาดส่งออกอย่างเต็มตัว โดยเริ่มจากสิงคโปร์ ฮ่องกง และญี่ปุ่น ในปีถัดมา

ทศวรรษของการเติบโตอย่างยั่งยืน

ระหว่างปี 2543 – 2553 ถือเป็นช่วงทศวรรษทองของเรา บริษัทเติบโตเฉลี่ยปีละ 18% พร้อมกับขยายไลน์การผลิตจากเดิมที่มีเพียงน้ำส้มและน้ำสับปะรด เพิ่มเป็นน้ำผลไม้กว่า 30 ชนิด รวมถึงน้ำผักผสมเพื่อสุขภาพ น้ำมะพร้าวน้ำหอม UHT ที่กลายเป็นสินค้าเรือธงในตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือ ในช่วงนี้เราได้รับการรับรอง ISO 22000 และ FSSC 22000 เป็นบริษัทน้ำผลไม้แห่งแรกๆ ในประเทศไทยที่ผ่านมาตรฐานสากลระดับนี้ พร้อมทั้งขยายกำลังการผลิตเป็น 100 ล้านขวดต่อปี ในปัจจุบัน

สิ่งที่เราภูมิใจมากที่สุด ไม่ใช่ตัวเลขการเติบโต แต่คือเครือข่ายเกษตรกรที่เติบโตไปพร้อมกับเรา จากเกษตรกร 8 ครอบครัวในวันแรก วันนี้เรามีเครือข่ายพันธมิตรกว่า 1,200 ครัวเรือน กระจายอยู่ในราชบุรี เพชรบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม กาญจนบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เราให้ความรู้เรื่องการทำเกษตรแบบ Good Agricultural Practice (GAP) การใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนสารเคมี การจัดการน้ำและดิน รวมถึงการรับซื้อผลผลิตในราคาประกันขั้นต่ำ เพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงในรายได้ตลอดทั้งปี

ก้าวสู่โลกยุคใหม่ กับเทคโนโลยีและความยั่งยืน

ในปี พ.ศ. 2563 – ปัจจุบัน เราได้ลงทุนกว่า 850 ล้านบาท ในโครงการ Smart Factory 4.0 ติดตั้งระบบ IoT ที่ตรวจวัดคุณภาพวัตถุดิบ ตั้งแต่ความหวาน (Brix) ความเป็นกรด (pH) และปริมาณจุลินทรีย์ ตลอดสายการผลิตแบบ Real-time ระบบนี้เชื่อมต่อกับ Dashboard ในทุกฝ่าย ทำให้เราสามารถตรวจจับความผิดปกติได้ในเสี้ยววินาที และแก้ไขได้ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ นอกจากนี้เรายังเป็นโรงงานน้ำผลไม้แห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้ Artificial Intelligence ในการทำ Sensory QC โดยเทียบรสชาติน้ำผลไม้แต่ละล็อตกับ Reference ที่ถูกฝึกจากตัวอย่างกว่า 50,000 ตัวอย่างในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ด้านความยั่งยืน เราติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาโรงงานขนาด 3.6 เมกะวัตต์ ซึ่งผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 60% ของการใช้พลังงานทั้งหมด และมีเป้าหมายที่จะเป็น Carbon Neutral ภายในปี 2573 ระบบบำบัดน้ำเสียของเรานำน้ำกลับมาใช้ใหม่ในการล้างพื้นและระบายความร้อนได้ถึง 78% ในขณะที่กากผลไม้จากกระบวนการคั้น จะถูกส่งไปทำปุ๋ยหมักและอาหารสัตว์ให้กับเกษตรกรในเครือข่าย ทำให้ Waste-to-Value ของเราอยู่ที่ระดับ 96% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมน้ำผลไม้ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปรัชญาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

แม้จะเติบโตจากโรงงานเล็กๆ สู่บริษัทที่ส่งออกไปกว่า 20 ประเทศ แต่ปรัชญาของเรายังคงเดิม นั่นคือ “Fresh Care Farm” – สดจริงจากไร่ ใส่ใจทุกกระบวนการ ดูแลชุมชนเกษตรกรที่เราทำงานด้วย เรามีความเชื่อว่าอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการปฏิบัติต่อทรัพยากรทั้งคนและธรรมชาติอย่างเป็นธรรม ดังนั้นทุกขวด ทุกกระป๋อง ทุกกล่อง UHT ที่คุณเห็นบนชั้นวางสินค้า ล้วนมีเรื่องราวของเกษตรกร ของนักวิทยาศาสตร์ ของช่างเทคนิค และของพนักงานหลายร้อยชีวิตซุกซ่อนอยู่ในนั้น

กระบวนการผลิต

7 ขั้นตอน จากสวนสู่ขวด

เราควบคุมทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำผลไม้ทุกหยดที่คุณดื่ม ปลอดภัย สะอาด และคงคุณค่าทางโภชนาการอย่างเต็มที่

1

คัดสรรวัตถุดิบ

เก็บผลไม้ในช่วงเวลาที่หวานที่สุด ตรวจ Brix และ pH ในสวนก่อนขนส่ง

2

ล้างและตัดแต่ง

ระบบล้างด้วยโอโซนและน้ำแรงดันสูง 3 ขั้นตอน ปลอดสารเคมีตกค้าง

3

คั้นสกัดแบบ Cold Press

เครื่องคั้นสกรูอุณหภูมิต่ำ รักษาวิตามินและเอนไซม์

4

กรองและผสมสูตร

กรอง 3 ระดับ ผสมสูตรตามมาตรฐานที่ควบคุมโดยฝ่าย R&D

5

พาสเจอร์ไรซ์ HTST/UHT

ฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงระยะสั้น รักษารสชาติและสี

6

บรรจุปลอดเชื้อ

ห้อง Class 100 พร้อมระบบ CIP/SIP ทุกกะการผลิต

7

QC และจัดเก็บ

ตรวจทุกล็อตในห้องแล็บก่อนออกจากโรงงาน เก็บใน DC ที่ควบคุมอุณหภูมิ

8

จัดส่งลูกค้า

รถห้องเย็นและตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิสำหรับส่งออกทั่วโลก

ห้องปฏิบัติการ
ห้องปฏิบัติการกลาง

วิทยาศาสตร์คือหัวใจของรสชาติ

ห้องปฏิบัติการของ FCF THAILAND ได้รับการออกแบบภายใต้มาตรฐาน ISO/IEC 17025 มีนักวิทยาศาสตร์ประจำการตลอด 24 ชั่วโมง ทำหน้าที่ตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างวัตถุดิบ ตัวอย่างระหว่างการผลิต และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ครอบคลุมทั้งด้านเคมี จุลชีววิทยา และประสาทสัมผัส เรามีเครื่อง HPLC สำหรับตรวจสารตกค้าง GC-MS สำหรับตรวจสารระเหย และเครื่อง PCR สำหรับตรวจ Pathogen ที่ให้ผลรวดเร็วภายใน 4 ชั่วโมง

ทีม R&D ของเรามีนักวิทยาศาสตร์การอาหารและนักโภชนาการรวมกว่า 22 คน คิดค้นสูตรใหม่เฉลี่ยปีละ 40 สูตร โดยครึ่งหนึ่งเป็นสูตรที่พัฒนาให้ลูกค้า OEM โดยเฉพาะ เรายังทำวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยมหิดล ในเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระ พรีไบโอติกส์จากผลไม้ท้องถิ่น และเทคโนโลยีสกัดเย็นแบบใหม่ที่รักษาวิตามินได้มากกว่าเดิมถึง 27%

บริการรับผลิต OEM/ODM

สร้างแบรนด์เครื่องดื่มของคุณ
ด้วย MOQ ที่เริ่มต้นเพียง 3,000 ขวด

เราเข้าใจดีว่าการเริ่มต้นแบรนด์เครื่องดื่มไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีไอเดียแต่ยังไม่พร้อมลงทุนกับเครื่องจักรของตัวเอง FCF THAILAND จึงเปิดบริการรับผลิต OEM/ODM ครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษาเรื่องสูตร การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ขึ้นทะเบียน อย. ไปจนถึงการผลิตและจัดส่ง ด้วย MOQ ที่ต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม เริ่มต้นเพียง 3,000 ขวดต่อ SKU สำหรับขวด PET และ 5,000 กระป๋องสำหรับกระป๋องอลูมิเนียม

ทีม Business Development ของเราจะทำงานเคียงข้างคุณตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ตลาด การเลือกวัตถุดิบ การกำหนดจุดขาย (USP) รวมถึงการวางแผนต้นทุนและราคาขาย เพื่อให้แบรนด์ของคุณสามารถทำกำไรได้ตั้งแต่ล็อตแรก และเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว

บรรจุภัณฑ์
มาตรฐานและการรับรอง

การันตีคุณภาพด้วยมาตรฐานสากล

GMP
HACCP
ISO 22000
FSSC 22000
HALAL
Kosher
อย.
BRCGS
ยั่งยืน
ความยั่งยืน

เราเชื่อว่าธุรกิจที่ดี ต้องดีต่อโลก

ตลอดกว่าสามทศวรรษ FCF THAILAND ไม่เคยหยุดพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เรามุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutral ภายในปี 2573 ด้วยพลังงานหมุนเวียน 100% การจัดการน้ำแบบ Zero Discharge และบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้ทั้งหมด

60%
พลังงานโซลาร์
78%
Reuse น้ำ
96%
Waste-to-Value
บทความล่าสุด

อ่านและเรียนรู้ไปกับเรา

5 น้ำผลไม้ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในหน้าฝน
สุขภาพ

5 น้ำผลไม้ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในหน้าฝน

ผลไม้ไทยหลายชนิดอุดมด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงในช่วงหน้าฝน

เทคโนโลยี Cold Press เก็บวิตามินได้มากแค่ไหน
อุตสาหกรรม

เทคโนโลยี Cold Press เก็บวิตามินได้มากแค่ไหน

ทำความรู้จักกระบวนการสกัดแบบ Cold Press ที่ FCF ใช้ เพื่อรักษาคุณค่าสูงสุดของผลไม้

เริ่มต้นแบรนด์เครื่องดื่มด้วย OEM ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ธุรกิจ

เริ่มต้นแบรนด์เครื่องดื่มด้วย OEM ต้องเตรียมอะไรบ้าง

คู่มือฉบับย่อสำหรับผู้ประกอบการที่อยากมีแบรนด์น้ำผลไม้เป็นของตนเอง โดยไม่ต้องลงทุนโรงงาน

อุตสาหกรรมและตลาด

อุตสาหกรรมน้ำผลไม้ไทยในเวทีโลก และบทบาทของ FCF THAILAND

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกน้ำผลไม้รายใหญ่ของโลก ด้วยมูลค่าการส่งออกกว่า 40,000 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมทั้งน้ำสับปะรด น้ำมะพร้าว น้ำมะม่วง น้ำเสาวรส และน้ำผลไม้ผสม ไทยได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์และภูมิอากาศเขตร้อนที่ทำให้สามารถปลูกผลไม้หลากหลายชนิดได้ตลอดปี ประกอบกับความรู้ด้านเกษตรกรรมที่สั่งสมมายาวนานของเกษตรกรไทย ทำให้ผลไม้ไทยมีเอกลักษณ์ด้านรสชาติที่แตกต่างจากผลไม้ปลูกในภูมิภาคอื่น

FCF THAILAND ยืนหยัดเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ ด้วยส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มน้ำผลไม้กระป๋องและ UHT ที่เติบโตขึ้นทุกปี เราส่งออกสินค้าไปยังตลาดหลักอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ประเทศในตะวันออกกลาง สหรัฐอเมริกา แคนาดา และหลายประเทศในสหภาพยุโรป ในแต่ละตลาดเรามีการปรับสูตรและบรรจุภัณฑ์ให้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น ในตลาดญี่ปุ่นเราปรับความหวานให้ต่ำลงและเพิ่มความใส ในตะวันออกกลางเราออกแบบกระป๋องที่ทนต่ออุณหภูมิสูงและมีตราฮาลาลชัดเจน ในยุโรปเราเน้นบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ 100% และมีการแสดงข้อมูล Carbon Footprint บนฉลาก

ความสำเร็จของการส่งออกไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน เราลงทุนกับการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เช่น Anuga ที่เยอรมนี, SIAL ที่ปารีสและดูไบ, FOODEX ที่ญี่ปุ่น, Gulfood ที่ดูไบ และ Food Ingredients Asia เพื่อสร้างเครือข่ายผู้นำเข้าและติดตามเทรนด์การบริโภคใหม่ๆ ทีมส่งออกของเราพูดได้ 7 ภาษาและมีผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศประจำในทุกภูมิภาคหลัก เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด

เทรนด์ผู้บริโภคที่เราเห็นและตอบรับ

ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา พฤติกรรมการดื่มน้ำผลไม้ของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น มองหาเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลต่ำ ไม่มีสารกันบูด และมีคุณค่าทางโภชนาการที่ชัดเจน นอกจากนี้เทรนด์ Plant-based และ Functional Beverage กำลังมาแรง ทำให้น้ำผลไม้ผสมสมุนไพร น้ำผักผสมโปรตีนพืช และน้ำผลไม้เสริมโปรไบโอติกส์เป็นที่ต้องการมากขึ้น

เพื่อตอบรับเทรนด์เหล่านี้ FCF THAILAND ได้พัฒนาสูตรใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งน้ำผลไม้สูตรน้ำตาลต่ำที่ใช้สารให้ความหวานจากธรรมชาติอย่าง Stevia และ Monk Fruit น้ำผลไม้ผสมคอลลาเจนเปปไทด์จากปลาทะเลไทย น้ำผลไม้เสริมโปรไบโอติกส์สายพันธุ์ Lactobacillus ที่ทนต่ออุณหภูมิและกรด รวมถึงน้ำผลไม้ที่ผสมสารสกัดจากขิง ตะไคร้ ใบเตย และดอกอัญชัน เพื่อสร้างเอกลักษณ์ความเป็นไทยและตอบโจทย์สุขภาพในเวลาเดียวกัน

ในตลาดในประเทศ เราสังเกตเห็นการเติบโตของช่อง Modern Trade เช่นซุปเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียม ร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง และ E-commerce ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดหลังยุคโควิด ในขณะที่ Traditional Trade อย่างตลาดสดและร้านโชห่วยยังคงเป็นช่องทางสำคัญในต่างจังหวัด เรามีทีมกระจายสินค้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ผ่านคลังกระจายสินค้าใน 6 ภูมิภาค เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ลูกค้า OEM ของเราสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ครบทุกช่องทาง

คุณค่าทางโภชนาการ

ทำไมการดื่มน้ำผลไม้ 100% ถึงดีต่อสุขภาพ

น้ำผลไม้ 100% ที่ผลิตด้วยกระบวนการที่ถูกต้อง สามารถให้คุณค่าทางโภชนาการที่ใกล้เคียงกับผลไม้สด โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี6 โฟเลต โพแทสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระอย่างฟลาโวนอยด์และแคโรทีนอยด์ การศึกษาจาก Harvard T.H. Chan School of Public Health ระบุว่า การดื่มน้ำผลไม้ 100% ในปริมาณที่เหมาะสม (150 – 240 มิลลิลิตรต่อวัน) สามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย

อย่างไรก็ตาม การเลือกน้ำผลไม้ที่ดีต้องพิจารณาหลายปัจจัย ที่สำคัญที่สุดคือ “100% Juice” หรือ “Not from Concentrate” ซึ่งหมายถึงน้ำผลไม้ที่คั้นจากผลไม้สดโดยตรง ไม่ได้ผ่านการทำเข้มข้นแล้วเจือจางกลับ วิธีการผลิตแบบนี้จะช่วยรักษาวิตามินและเอนไซม์ธรรมชาติได้มากกว่า ที่ FCF THAILAND เราผลิตน้ำผลไม้ทั้งแบบ Not from Concentrate สำหรับตลาดพรีเมียม และแบบ From Concentrate สำหรับตลาดที่ต้องการราคาที่จับต้องได้ โดยทุกสูตรจะระบุอย่างชัดเจนบนฉลาก เพื่อความโปร่งใสต่อผู้บริโภค

วิตามินและแร่ธาตุที่พบในน้ำผลไม้ของเรา

ในทุกๆ ขวด 250 มิลลิลิตรของน้ำส้ม 100% ของเรา จะให้วิตามินซีในปริมาณที่ครอบคลุมความต้องการรายวันของผู้ใหญ่ (60 มิลลิกรัม) โพแทสเซียม 450 มิลลิกรัม โฟเลต 40 ไมโครกรัม และไทอามีน 0.1 มิลลิกรัม โดยไม่มีการเติมน้ำตาลใดๆ นอกจากความหวานธรรมชาติจากผลไม้ ในขณะที่น้ำมะพร้าวน้ำหอมของเราให้อิเล็กโทรไลต์ธรรมชาติ เหมาะสำหรับการทดแทนน้ำและเกลือแร่หลังการออกกำลังกายหรือในสภาพอากาศร้อน

น้ำผักผสมของเราเป็นอีกหนึ่งไลน์ที่เรารู้สึกภูมิใจ เพราะได้รวมผัก 8 ชนิด ทั้งแครอท มะเขือเทศ ผักโขม บีทรูท ผักคะน้า ขึ้นฉ่าย แตงกวา และผักโขมแดง เข้าไว้ในขวดเดียว ให้เบต้าแคโรทีน ไลโคปีน ธาตุเหล็ก และไฟเบอร์อย่างครบถ้วน โดยรสชาติที่หวานตามธรรมชาติจากแครอทและบีทรูท ทำให้ดื่มง่ายแม้กับเด็กที่ไม่ชอบทานผัก

สิ่งที่เราไม่ใส่ในผลิตภัณฑ์ของเรา

  • ไม่มีสารกันบูดสังเคราะห์ทุกชนิด
  • ไม่แต่งสีสังเคราะห์ ใช้สีจากธรรมชาติเท่านั้น
  • ไม่ใส่กลิ่นสังเคราะห์ กลิ่นทั้งหมดมาจากผลไม้จริง
  • ไม่มีน้ำตาลเพิ่ม สำหรับสินค้ากลุ่ม 100% Juice
  • ไม่มีน้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง (HFCS)
  • ไม่มีสารให้ความหวานเทียมอันตราย เช่น แอสปาแตม

ปรัชญานี้เราปฏิบัติมาตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งบริษัท และจะยังคงยึดถือต่อไปในอนาคต แม้ว่าจะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เพราะเราเชื่อว่าผู้บริโภคยุคใหม่ฉลาดพอที่จะเลือกสินค้าที่ดีต่อสุขภาพ และพร้อมจ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าในระยะยาว

พันธมิตรทางธุรกิจ

เครือข่ายเกษตรกรและพันธมิตรระยะยาว

หัวใจของธุรกิจน้ำผลไม้คือวัตถุดิบ และหัวใจของวัตถุดิบคือเกษตรกร FCF THAILAND ตระหนักถึงความจริงข้อนี้ตั้งแต่วันแรก จึงตัดสินใจสร้างระบบ Contract Farming ที่แตกต่างจากผู้ผลิตทั่วไป โดยเราไม่ได้เพียงรับซื้อผลผลิตเท่านั้น แต่ยังให้การสนับสนุนเกษตรกรในทุกมิติ ตั้งแต่การให้เมล็ดพันธุ์และต้นกล้าที่คัดเลือกแล้ว การสนับสนุนปุ๋ยชีวภาพและสารกำจัดศัตรูพืชแบบชีวภาพ การให้คำปรึกษาโดยนักวิชาการเกษตรของบริษัท ไปจนถึงการรับประกันราคาขั้นต่ำที่เกษตรกรจะได้รับ ไม่ว่าราคาตลาดจะผันผวนอย่างไร

ในปัจจุบันเรามีเกษตรกรพันธมิตรกว่า 1,200 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกรวมกว่า 15,000 ไร่ กระจายอยู่ในจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม กาญจนบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ในแต่ละปีเรารับซื้อผลผลิตรวมกว่า 45,000 ตัน ซึ่งสร้างรายได้ให้เกษตรกรเครือข่ายมากกว่า 800 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้เรายังมีโครงการ FCF Farm School ที่จัดอบรมให้ความรู้เกษตรกรฟรีในเรื่องเกษตรอินทรีย์ การจัดการน้ำ การลดต้นทุน และการใช้เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ปีละกว่า 20 ครั้ง

ความสัมพันธ์ระยะยาวกับเกษตรกรเป็นทั้งการทำธุรกิจที่ดีและการทำสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเมื่อเกษตรกรมีความมั่นคง พวกเขาก็จะดูแลผลผลิตอย่างดี และเมื่อผลผลิตดี ผลิตภัณฑ์ของเราก็ดี ผู้บริโภคก็ได้สินค้าที่มีคุณภาพ วัฏจักรของคุณค่านี้ทำให้ FCF THAILAND ยั่งยืนได้ตลอดกว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา และจะยังคงดำเนินต่อไปในอนาคต

พันธมิตรด้านเทคโนโลยีและงานวิจัย

นอกจากเกษตรกรแล้ว เรายังมีพันธมิตรทางวิชาการและเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง อาทิ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เราร่วมกันวิจัยเรื่องเทคโนโลยีการสกัดเย็นและการเก็บรักษาวิตามินในน้ำผลไม้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่เราร่วมกันศึกษาเรื่องพรีไบโอติกส์จากผลไม้ท้องถิ่น รวมถึงสถาบันเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ ที่ช่วยพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนและใช้พลาสติกน้อยลง

ในระดับสากล เราเป็นสมาชิกของ International Fruit and Vegetable Juice Association (IFU) ที่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทำให้เราได้อัปเดตมาตรฐานและเทรนด์ของอุตสาหกรรมระดับโลกอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เรายังเป็นสมาชิก Sedex เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างมีจริยธรรม และเป็นสมาชิก SGP (Sustainable Growth Programme) ที่ช่วยให้เราติดตามและปรับปรุงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

ความเชื่อและจริยธรรม

การทำธุรกิจที่มีธรรมาภิบาล คือรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน

ในโลกที่ผู้บริโภคใส่ใจในเรื่องจริยธรรมของแบรนด์มากขึ้น FCF THAILAND ยึดหลัก ESG (Environmental, Social, and Governance) เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างจริงจัง ในด้านสิ่งแวดล้อม เราตั้งเป้า Carbon Neutral ภายในปี 2573 ผ่านการใช้พลังงานหมุนเวียน การจัดการของเสียแบบ Zero Waste to Landfill และการใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้ทั้งหมด

ในด้านสังคม เราให้ค่าจ้างพนักงานเหนือกว่าค่าแรงขั้นต่ำอย่างน้อย 25% พร้อมสวัสดิการครบวงจร ทั้งประกันสุขภาพระดับพรีเมียม ทุนการศึกษาบุตร กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และโบนัสประจำปีที่ผูกกับผลประกอบการ เราไม่มีการใช้แรงงานเด็กและแรงงานผิดกฎหมายเด็ดขาด ทุกโรงงานของเราเปิดให้ลูกค้าและหน่วยงานภายนอกเข้าตรวจสอบได้ตลอดปี โดยไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้า

ในด้านธรรมาภิบาล เรามีคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและกำกับการปฏิบัติงาน มีนโยบายต่อต้านการทุจริตที่ทุกพนักงานต้องอบรมและลงนามทุกปี รวมถึงมีช่องทาง Whistleblower ที่พนักงานและคู่ค้าสามารถแจ้งเบาะแสได้อย่างปลอดภัยและไม่เปิดเผยตัวตน ผ่านระบบที่บริหารโดยผู้ตรวจสอบภายนอก

โครงการ CSR ที่เราภูมิใจ

นอกจากการทำธุรกิจแล้ว เรายังลงทุนกับโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โครงการ FCF Kids Nutrition Program จัดสรรน้ำผลไม้ 100% ให้กับโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร 45 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเสริมสารอาหารให้กับเด็กที่ขาดสารอาหาร ในปี 2568 ที่ผ่านมา เราส่งมอบน้ำผลไม้กว่า 200,000 ขวด และมีเด็กที่ได้รับประโยชน์กว่า 8,500 คน โครงการ FCF Green Community ปลูกต้นไม้ในลุ่มน้ำแม่กลอง 100,000 ต้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศริมน้ำและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่การเกษตร

อีกโครงการที่เราภูมิใจไม่แพ้กันคือ FCF Youth Farmer โครงการที่มอบทุนให้เยาวชนในพื้นที่ราชบุรีและใกล้เคียงที่สนใจอาชีพเกษตรกร รวมถึงจัดหลักสูตรอบรมด้าน Smart Farming, Farm Management, Digital Marketing สำหรับสินค้าเกษตร ให้กับเยาวชนกว่า 300 คนต่อปี เพราะเราเชื่อว่าอนาคตของเกษตรกรรมไทยขึ้นอยู่กับการดึงคนรุ่นใหม่กลับสู่ท้องถิ่น พร้อมความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัย

มองไปข้างหน้า

อนาคตของ FCF THAILAND ในทศวรรษหน้า

ในอีก 10 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมเครื่องดื่มจะเผชิญกับความท้าทายและโอกาสมากมาย ทั้งเรื่องความยั่งยืน เทคโนโลยี AI ในการผลิต การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร FCF THAILAND ได้วางยุทธศาสตร์ 5 ปี (2569 – 2573) เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างเป็นระบบ

ประการแรก เราจะขยายกำลังการผลิตอีก 40% โดยการสร้างโรงงานแห่งที่สองที่จังหวัดเพชรบุรี บนพื้นที่ 60 ไร่ ที่จะเน้นการผลิตน้ำผลไม้ Aseptic UHT สำหรับตลาดส่งออก ประการที่สอง เราจะลงทุนเพิ่มในเทคโนโลยี AI และ IoT เพื่อยกระดับการผลิตให้เป็น Fully Automated Smart Factory ที่สามารถควบคุมทุกพารามิเตอร์ได้แบบเรียลไทม์ ประการที่สาม เราจะพัฒนาไลน์ผลิตภัณฑ์ Functional Beverage ที่ตอบโจทย์สุขภาพเฉพาะกลุ่ม เช่น สูตรสำหรับผู้สูงอายุที่มีคอลลาเจนและ CoQ10 สูตรสำหรับนักกีฬาที่มีอิเล็กโทรไลต์และ BCAA และสูตรสำหรับเด็กที่มีวิตามินและแร่ธาตุครบตามมาตรฐาน WHO

ประการที่สี่ เราจะขยายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคใหม่ๆ อย่างแอฟริกา อเมริกาใต้ และเอเชียกลาง ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตและมีความต้องการเครื่องดื่มคุณภาพระดับพรีเมียมสูงขึ้นเรื่อยๆ ประการสุดท้าย เราจะเดินหน้าโครงการ Zero Emission โดยเป้าหมายที่จะเป็นโรงงานปลอดคาร์บอนสุทธิภายในปี 2573 ผ่านการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติม การซื้อ Carbon Credit ที่ผ่านการรับรอง และการลงทุนในเทคโนโลยี Carbon Capture and Storage ในระยะยาว

เราเชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์ 37 ปีที่สั่งสมมา บวกกับวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและทีมงานที่มีความสามารถ FCF THAILAND จะยังคงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำผลไม้และน้ำผักของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไปอีกยาวนาน พร้อมสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า เกษตรกร พนักงาน ผู้ถือหุ้น สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน

พร้อมสร้างเครื่องดื่มในฝันกับเราหรือยัง?

ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น พร้อมตัวอย่างสินค้าและใบเสนอราคาภายใน 3 วันทำการ